ต้นหอมอาการแบบนี้เรียกโรคหอมเลื้อยหรือไม่??
ต้นหอมอาการแบบนี้เรียกโรคหอมเลื้อยหรือไม่??

ตอบคำถามเกษตรกร
คำถาม : ต้นหอมอาการแบบนี้เรียกโรคหอมเลื้อยหรือไม่??
คำตอบ : ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่โรคหอมเลื้อย เป็นลักษณะใบม้วนเข้าหากันในภาพนี้ เรียกอาการใบบ่วง ซึ่งเกิดจากไรกระเทียม
ไรกระเทียมมักเกิดในช่วงฝนตกหนัก อาการที่อาจพบ:จะเข้าทำลายกระเทียมทั้งระยะที่เจริญเป็นต้นอยู่ในไร่ และระยะหลังเก็บเกี่ยว ต้นกระเทียมที่ถูกไรเข้าทำลายจะไม่สมบูรณ์ใบจะมีอาการด่างสีขาวและเหลืองเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณขอบใบ ใบจะพับเข้าหากันตามแนวเส้นกลางใบปลายใบม้วนงอพันกันไม่ตั้งตรง ชาวบ้านมักเรียกลักษณะของใบที่ม้วนพันกันนี้ว่า"ใบบ่วง” และจะพบมากบนใบอ่อนที่แตกใหม่ บางครั้งใบอ่อนที่เพิ่งเริ่มโผล่ออกมาจะมีอาการด่างขาว และบิดเป็นลูกคลื่น ไม่ยืดออกจากกาบใบ ต้นกระเทียมที่ถูกไรทำลายอย่างรุนแรงตั้งแต่เล็กอาจตายหมดทั้งแปลงได้ สำหรับกระเทียมที่ถูกไรทำลายในระยะเริ่มลงหัว จะทำให้หัวกระเทียมเล็กลง ถ้าการทำลายเกิดขึ้นในระยะใกล้เก็บเกี่ยว อาจไม่มีผลต่อผลผลิตมากนัก เมื่อกระเทียมที่เก็บเกี่ยวจากไร่
ส่วนโรคหอมเลื้อย หรือ โรคแอนแทรคโนส นั้นเกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides
จะแสดงอาการต้นแคระแกร็นไม่ลงหัว หรือหัวลีบยาวบิดโค้งงอ ส่วนคอมักยืดยาว ใบบิดเป็นเกลียว มีระบบรากสั้นกว่า ปกติทำให้รากขาดหลุดจากดินได้ง่าย จึงเกิดการเน่าก่อนถึงเวลาเก็บเกี่ยว หรือเน่าหลังเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว บนต้นพืชที่เป็นโรคมักพบแผลที่บริเวณใบ โคนกาบ ใบ คอ หรือส่วนหัว เกิดร่วมกับอาการแคระแกร็น เลื้อยไม่ลงหัว ลักษณะแผลเป็นรูปรีเนื้อเยื่อบริเวณแผลยุบตัวต่ำกว่าระดับเดิมเล็กน้อย บนแผลพบกลุ่มสปอร์ของเชื้อราเป็นของเหลวข้นสีส้มอมชมพู ซึ่งเมื่อแห้งแล้วจะกลายเป็นตุ่มสีดำเล็ก ๆ เรียงซ้อนกันเป็นวงหลายชั้น
การแพร่ระบาด แพร่ระบาดไปได้ดีโดยลม น้ำฝน เครื่องมือทางการเกษตร หัวพันธุ์ อยู่ข้ามฤดูในหัวหอมที่ เป็นโรค และเศษซากพืชในดิน

การป้องกันกำจัด :
1. ก่อนปลูกพืชควรไถพรวนตากดิน 2-3 ครั้งเพื่อลดปริมาณเชื้อราปรับสภาพดินให้มีความเป็นกรด-ด่างที่ 6.5-7.0 ด้วย จัสเตอร์ (สารปรับปรุงสภาพดินชนิดน้ำ) ใช้ฉีดพ่นลงดินหรือปล่อยไปกับระบบน้ำ
โดยปริมาณน้ำ 80-100 ลิตร/ไร่
- pH น้อยกว่า 4.5 ควรใช้ 15 ลิตร/ไร่
- ช่วง pH 4.5-5.5 ควรใช้ 10 ลิตร/ไร่
- ช่วง pH 5.5-6.5 (หรือในกรณีไม่ทราบค่า pH ของดิน) ควรใช้ 5 ลิตร/ไร่
2. การปลูกในฤดูฝนควรยกร่องสูงเตรียมดินให้มีการระบายน้ำดีและไม่ควรบำรุงต้นด้วยปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
3. เพื่อปรับปรุงสภาพของดินก่อนปลูกและลดปริมาณเชื้อโรคที่สะสมอยู่ในดิน ใช้ไตร-แท๊บ 1 กิโลกรัมผสม ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก 100-200 กิโลกรัม ใช้ฮิวมิค พลัส อัตรา 3 กก.ต่อไร่
4. ฉีดพ่นด้วย ไตร-แท๊บ สลับกับ เจน-แบค อัตรา 100 กรัม ร่วมกับเบนดิกซ์ อัตรา 3 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7-10 วัน เพื่อป้องกันโรค
แต่ในกรณีโรคระบาดสามารถฉีดพ่น ไตร-แท๊บ ร่วมกับ เจน-แบค ตามอัตราแนะนำ ทุก 3-5 วัน5. ควรเก็บต้นที่แสดงอาการห่างจากแปลงและทำลายทิ้งเรียบ

เรียบเรียงข้อมูลโดย ชุลีพร ใจบุญ
อ้างอิง :- สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสุโขทัย https://www.opsmoac.go.th/sukhothai-warning-preview-391691791132- กรมวิชาการเกษตร https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2880 - ที่มาภาพ : Anthracnose of Onion (Allium cepa L.): A Twister Disease- ที่มาของภาพ: พรพิมล อธิปัญญาคม สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรม
24 มีนาคม 2569
ผู้ชม 114 ครั้ง