ตอบคำถามเกษตรกร สวนทุเรียนช่วงนี้เชื้อราและมอดกินต้นเยอะ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
ตอบคำถามเกษตรกร สวนทุเรียนช่วงนี้เชื้อราและมอดกินต้นเยอะ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
ตอบคำถามเกษตรกร
คำถาม : สวนทุเรียนช่วงนี้เชื้อราและมอดกินต้นเยอะ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
คำตอบ : ช่วงนี้เกษตรกรสวนทุเรียนหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ การระบาดของเชื้อราในดินและมอดเจาะลำต้นทุเรียน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุเรียนทรุดโทรม ใบเหลือง ยอดแห้ง และในหลายกรณีอาจลุกลามจนทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ปัญหานี้ไม่เพียงเกิดจากศัตรูพืชเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการทำลายแบบซ้ำซ้อนระหว่างแมลงและเชื้อโรคพืช
มอดเจาะลำต้นทุเรียน มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Euwallacea fornicatus (Eichhoff)
ความสำคัญและลักษณะการทำลาย
มอดเจาะลำต้น ส่วนใหญ่จะเข้าทำลายบริเวณโคนต้นและกิ่งขนาดใหญ่ ลักษณะภายนอกที่สามารถสังเกตเห็นได้คือลำต้นมีรูพรุนขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป ที่ปากรูมักพบมูลของหนอนมอดเจาะลำต้นลักษณะเป็นขุยละเอียด การเจาะกินเนื้อไม้ของตัวหนอนและมอดนอกจากจะทำให้ต้นทุเรียนทรุดโทรมหรืออาจถึงตายได้แล้ว ยังเป็นการเปิดทางให้เชื้อราสาเหตุ “โรครากเน่าโคนเน่า” ของทุเรียนเข้าทำลายซ้ำ หรือแพร่กระจายได้มากขึ้นจนทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามอดเจาะลำต้นเป็นแมลงที่อยู่ร่วมกับเชื้อราฟิวซาเรียมสาเหตุโรคกิ่งแห้ง ยอดแห้ง ในทุเรียน แบบพึ่งพาอาศัยกัน โดยมอดใช้เชื้อราเป็นแหล่งอาหารอย่างหนึ่ง ในขณะที่เชื้อราได้รับการดูแลจากมอด ทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โรครากเน่าโคนเน่า
เชื้อสาเหตุ : Phytophthora palmivora ลักษณะการทำลาย : อาการที่กิ่งและที่ลำต้นหรือโคนต้น
ระยะแรกจะแสดงอาการใบเหลืองเป็นบางกิ่ง สังเกตเห็นคล้ายคราบน้ำบนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่มีอากาศชื้นอาจเห็นเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากบริเวณแผล และจะค่อย ๆ แห้งไปในช่วงที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล ถ้าแผลขยายใหญ่ลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ทุเรียนใบร่วงจนหมดต้น และยืนต้นแห้งตาย

แนวทางการป้องกันกำจัด
1. ดูแลและบำรุงรักษาต้นทุเรียนให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด ทุเรียนที่อ่อนแอมีโอกาสถูกมอดเข้าทำลายมากกว่าปกติ
2. หมั่นสำรวจต้นทุเรียนเป็นประจำ หากพบกิ่งที่มอดเจาะทำลายให้ตัดและนำออกจากแปลง
3. กำจัดพืชอาศัยอื่นในบริเวณสวนทุเรียนโดยเฉพาะต้นละหุ่ง รวมทั้งกำจัดตอและต้นทุเรียนที่ตายแล้วเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งหลบอาศัยของมอดและเชื้อราสาเหตุโรคพืช
4. กรณีที่มอดเจาะทำลายส่วนที่ไม่สามารถตัดแต่งได้ เช่น ลำต้น หรือกิ่งขนาดใหญ่อาจจำเป็นต้องใช้สารเคมีพ่นในบริเวณดังกล่าว เช่น อิมิดาโคลพริด (กลุ่ม 4A) หรือฟิโพรนิล (กลุ่ม 2B) ร่วมกับเมตาไลต์ อัตรา 100 กรัม/20 ลิตร เน้นพ่นเข้าบริเวณรูที่พบ
5. ใช้ ไตร-แท๊บ ฉีดพ่นลงดินก่อนการระบาด อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน และเมื่อเริ่มพบการระบาด พ่นทุก 3-5 วัน
6. สำหรับแผลบริเวณลำต้นแนะนำถากบริเวณแผลให้เห็นขอบเขตของแผลแล้วทา ไตร-แท๊บ อัตรา 1 กิโลกรัม/ 1 ลิตร ทาให้ทั่วบริเวณแผลหลังจากกำจัดมอด

เรียบเรียงข้อมูลโดย ชมพูนุช แก้วนวม
อ้างอิง กรมวิชาการเกษตร https://esc.doae.go.th/โรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
04 มีนาคม 2569
ผู้ชม 310 ครั้ง