โรคเน่าดำกล้วยไม้ (Black Rot)

หมวดหมู่: บทความชีวภัณฑ์

โรคเน่าดำกล้วยไม้ (Black Rot)
กล้วยไม้ (Orchidaceae) เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวพบมากในเขตร้อนรวมถึงประเทศไทย มีจุดเด่นที่ความสวยงาม ทนทาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงนิยมนำมาใช้เป็นไม้ประดับ ไม้ตัดดอกเพื่อการส่งออกที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจ
โรคเน่าดำ หรือโรคยอดเน่า หรือโรคเน่าเข้าไส้
สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora เป็นโรคที่สำคัญโรคหนึ่ง สามารถเข้าทำลายกล้วยไม้ได้หลายชนิด เช่น กล้วยไม้สกุลหวาย แวนดา มอคคารา แคทลียา เป็นต้น


ลักษณะอาการ
โรคเน่าดำสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของกล้วยไม้ตั้งแต่ ราก ใบ ยอด และดอก หากเข้าทำลายราก รากจะมีอาการเน่าแห้ง ที่ใบเริ่มแรกจะเป็นจุดใส ชุ่มน้ำ สีเหลืองต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วกลายเป็นสีดำ แผลจะใหญ่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ที่ยอดจะทำให้ยอดเน่าเป็นสีน้ำตาล อาการที่ดอกบนกลีบดอกเป็นจุดแผลสีน้ำตาล อาจมีสีเหลืองล้อมรอบแผลนั้น กรณีที่เป็นดอกตูม จะเน่าและดอกหลุดจากก้านช่อ ระยะรุนแรงเชื้อราจะลุกลามเข้าไปในต้น ผ่าต้นจะเห็นเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มตามแนวยาว
การแพร่ระบาด
สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย สปอร์เชื้อรากระจายไปกับฝนหรือไปกับละอองน้ำ หรือเครื่องมือที่ใช้ตัดแต่ง และจะแพร่ระบาดได้ดีในช่วงฤดูฝนที่อากาศมีความชื้นสูง
การป้องกันและกำจัด
1. ปรับสภาพโรงเรือนให้โปร่ง อย่าปลูกกล้วยไม้แน่นเกินไป
2. มีแนวทางป้องกันการเกิดโรค หากพบโรคให้แยกออกทันทีและทำลายทิ้งนอกแปลง
3. ไม่ควรให้น้ำกล้วยไม้ตอนเย็นใกล้ค่ำ เพราะทำให้ความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคพืช และระบาดรุนแรง
4. ใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา กลุ่มเมทาแลกซิก กลุ่มฟอสเอทธิล-อะลูมิเนียม และแมนโคเซบ ตามคำแนะนำจาก กรมวิชาการเกษตร และ กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร

แนะนำการใช้ชีวภัณฑ์เพื่อป้องกัน
เจน-แบค สามารถป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียก่อให้เกิดโรคพืชได้อย่างปลอดภัย โดยมีอัตราใช้ ผสมในอัตราส่วน 100 กรัม/น้ำ 20 ลิตร สามารถใช้ป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนปลูกพืช ฉีดพ่นลงดิน ราดหรือให้ทางระบบน้ำ และฉีดพ่นลำต้นพืชทุก 5-7 วัน ควรฉีดพ่นช่วงเวลาเย็น เมื่ออากาศไม่ร้อน และควรฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช


ไตร-แท๊บ สามารถผสมกับวัสดุเพาะได้ทันที เพื่อช่วยกำจัดเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทางดินที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย อีกทั้งยังสามารถใช้ฉีดพ่นเพื่อป้องกันอาการโรค โดยมีวิธีการใช้อย่างหลากหลาย ดังนี้
-ใช้ผสมวัสดุเพาะกล้า อัตราการใช้ 1 กิโลกรัมต่อวัสดุเพาะกล้า 100-500 กิโลกรัม
-รองก้นหลุมก่อนปลูก หว่านโคนต้น อัตราใช้ 1 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 100-200 กิโลกรัม รองก้นหลุมก่อนปลูกในอัตราใช้ 50-100 กรัม ต่อหลุม
-ใช้ฉีดพ่นต้น ลงดิน ราดโคนต้น หรือใช้กับระบบน้ำ อัตราใช้ 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-การป้องกันโรคควรฉีดพ่นทุก 7-10 วัน และหากพบอาการของโรค ควรพ่นทุก 3-5 วัน

หมายเหตุ
-การใช้ชีวภัณฑ์ควรใช้คู่กับสารจับใบทุกครั้งก่อนฉีดพ่น
-ควรฉีดพ่นตอนเย็นเมื่ออากาศไม่ร้อน
-ชีวภัณฑ์จะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ก่อนเกิดโรคเน้นการป้องกัน หรือเมื่อเริ่มพบอาการในระยะแรกเท่านั้น

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย: อภิศรา รอบคอบ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : สมาคมกล้วยไม้อเมริกา. โรคเน่าดำกล้วยไม้.(ออนไลน์). แหล่งข้อมูล https://www.aos.org/orchid-care/orchid-pests-and-diseases/black-rot . สืบค้นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569.
กรมส่งเสริมการเกษตร. (2557). โรค-แมลงศัตรูไม้ดอกไม้ประดับ และการป้องกันกำจัด (พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ: โรคพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.



20 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ชม 1010 ครั้ง

Engine by shopup.com