น้ำกับการติดผลของทุเรียน
น้ำกับการติดผลของทุเรียน

น้ำกับการติดผลของทุเรียน
การจัดการน้ำที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการติดผลของทุเรียน หลายท่านอาจสงสัยว่า “น้ำที่เหมาะสม” คือปริมาณเท่าใด ต้องขออธิบายว่า แต่ละสวน แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพพื้นที่ ชนิดดิน ระบบการให้น้ำ และสภาพอากาศ ดังนั้นจึงไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำเป็นตัวเลขตายตัวได้ สิ่งสำคัญคือ การสังเกตอาการตอบสนองของพืชเป็นหลัก
ในช่วงทุเรียนดอกบาน ควร ลดปริมาณน้ำลงเล็กน้อย เหลือประมาณ 2 ใน 3 ของการให้น้ำตามปกติ เพื่อช่วยให้น้ำหวานเหนียวที่ปลายยอดเกสรตัวเมียมีความเข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้การงอกของละอองเกสรตัวผู้ดีขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ
ในช่วงนี้ การดูแลระบบรากและสภาพดินให้สมดุลเป็นสิ่งสำคัญ
แนะนำให้ใช้ จัสเตอร์ สารปรับปรุงดินชนิดน้ำจากแร่ธรรมชาติ เพื่อช่วยปรับสมดุล pH ในดิน ลดความเป็นกรด และช่วยให้รากทุเรียนดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น แม้ในช่วงที่ต้องลดน้ำ
อาการของดอกทุเรียนที่ตอบสนองต่อน้ำ
น้ำพอดี
- ดอกเริ่มบานประมาณช่วงบ่าย
- เกสรตัวเมียโผล่พ้นดอก
- ประมาณ 1 ทุ่ม ดอกบานเต็มที่ ทิ้งตัวลงไม่ห่างจากเกสรตัวเมียมาก
- รุ่งเช้า เกสรตัวผู้และหม้อตาลยังคงติดอยู่ที่ดอก
- เมื่องอก้านดอกให้ปลายทั้งสองด้านงอเข้าหากันเป็นรูปตัว U จะหักพอดี
การให้น้ำในระดับพอดี จะช่วยให้ การงอกของละอองเกสรและการปฏิสนธิสมบูรณ์ ดีกว่าการให้น้ำมากหรือน้อยเกินไป
เพื่อเสริมความแข็งแรงของดอกและลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่วงความชื้นสูง
สามารถใช้ เจน-แบค (บาซิลลัส ซับทิลิส สายพันธุ์ บีเอ็ม-01) ของทีเอบี อินโนเวชั่น ช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรค และส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการติดผล
น้ำมากเกินไป
- ก้านดอกกางออก
- เกสรตัวผู้งอห่างจากเกสรตัวเมีย
- เกสรตัวผู้และหม้อตาลหลุดร่วงเร็ว
- เมื่องอก้านดอก จะงอได้เพียงเล็กน้อยและเปราะหักง่าย
น้ำมากเกินไปทำให้ดอกทุเรียน ปฏิสนธิได้ยากและหลุดร่วงเร็ว
น้ำน้อยเกินไป
- ก้านดอกเหี่ยวเป็นร่อง
- ดอกบานช้า
- ดอกกอดกันเป็นกระจุก
- เกสรตัวผู้และหม้อตาลไม่หลุดร่วงง่าย
- เมื่องอก้านดอกจนปลายชนกันแล้ว ยังไม่หัก เพราะก้านดอกเหี่ยวและเหนียว
ภาวะขาดน้ำทำให้ดอกไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อคุณภาพการผสมเกสร

หลังการปฏิสนธิ
ในช่วงดอกบาน เมื่อมีการลดน้ำลงแล้ว สามารถ กลับมาให้น้ำตามปกติได้ เมื่อสังเกตเห็นว่า“หางแย้” หรือก้านชูเกสรตัวเมียไหม้เป็นสีน้ำตาลไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง แสดงว่าการปฏิสนธิเสร็จสมบูรณ์ รังไข่จะเริ่มพัฒนาเป็นผลทุเรียนต่อไป
หลังติดผลอ่อน ควรรักษาสภาพดินและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แนะนำใช้ชีวภัณฑ์ที่ช่วยดูแลป้องกันโรคในทุเรียน เช่น
ไตร-แท๊บ (ไตรโคเดอร์มา แอสเพอร์เรียลลัม สายพันธุ์ เอ็นเอสที-009) ป้องกันโรคทางดิน
เจน-แบค (บาซิลลัส ซับทิลิส สายพันธุ์ บีเอ็ม-01) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันพืชและลดปัญหาโรคในระยะผลอ่อน

05 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ชม 1030 ครั้ง