ตอบปัญหาเกษตรกร มะละกอเป็นไวรัส แก้ไขอย่างไรดี?
ตอบปัญหาเกษตรกร มะละกอเป็นไวรัส แก้ไขอย่างไรดี?
ตอบปัญหาเกษตรกร
คำถาม : มะละกอเป็นไวรัส แก้ไขอย่างไรดี?
คำตอบ : อาการดังกล่าวเกิดจากการติดเชื้อไวรัสจุดวงแหวนหรือ papaya ringspot virus
อาการของโรคไวรัสจุดวงแหวนสังเกตุได้จาก
1. ใบมีจุดสีเหลือง ด่างเป็นวงๆ ทั้งเนื้อใบและเส้นใบ ขยายทั่วทั้งใบ เมื่อจุดขยายใหญ่ตรงกลางจุดจะตายเป็นสีน้ำตาล
2. ใบมะละกอหงิกงอ ยอดแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต
3. ลำต้นและก้านใบอาจมีแถบสีเขียวเข้ม
4. ผลมะละกอเป็นรอยวงแหวน เมื่อเป็นมากรอยจะเริ่มยุบตัวผิดปกติ ผลบิดเบี้ยว ขนาดเล็ก เนื้อแข็ง คุณภาพต่ำ ขายไม่ได้
เชื้อนี้สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการปลูกมะละกอทั่วโลก เชื้อไวรัสสามารถถ่ายทอดผ่านการสัมผัสด้วยมือหรืออุปกรณ์การเกษตรจากต้นที่ติดเชื้อไปยังต้นปกติได้ โดยเฉพาะทางบาดแผลและถ่ายทอดโดยมีเพลี้ยอ่อนหลายชนิดเป็นพาหะ

โรคไวรัสวงแหวนมะละกอ มีชนิดย่อย (biotype) ที่สำคัญ 3 ชนิด คือ
เชื้อไวรัสวงแหวน ชนิด T (PRSV-T) พบในมะละกอ
เชื้อไวรัสวงแหวน ชนิด P (PRSV-P ; Papaya biotype) พบติดเชื้อในมะละกอและพืชตระกูลแตง
เชื้อไวรัสวงแหวน ชนิด W (PRSV-W ; Watermelon biotype) พบติดเชื้อในพืชตระกูลแตง แต่ไม่พบในมะละกอ

การป้องกันกำจัด
1. หมั่นสำรวจแปลงปลูกเป็นประจำและสม่ำเสมอ หากพบแมลงให้รีบป้องกันกำจัดทันที
2. กำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งอาศัยของแมลงพาหะ
3. หลีกเลี่ยงการปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของไวรัส เช่น แตงกวา มะเขือ ยาสูบ บวบ
4. หากพบแมลงให้รีบป้องกันกำจัดทันที สามารถควบคุมการระบาดแมลงได้ด้วย บิว-เวอร์ อัตรา 100 กรัม ร่วมกับสารจับใบ เบนดิกซ์ 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดให้สัมผัสกับตัวแมลงโดยตรง ฉีดพ่นซ้ำทุกๆ 3-5 วัน
5. ฆ่าเชื้อด้วยยูชอยส์ 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2 ครั้ง
6. สร้างภูมิคุ้มกันก่อนการเกิดโรค ด้วยไคโตซาน แม็กซ์ 1 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 10 วัน
7. ลดความรุนแรงของโรคไวรัสด้วย วี พลัส อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 10 วัน ใช้ร่วมกับสารจับใบเบนดิกซ์ อัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

09 ธันวาคม 2568
ผู้ชม 299 ครั้ง