คำถามเกษตรกร บิวเวอร์เข้าทำลายเพลี้ยอ่อนทุกสายพันธุ์หรือไม่ ?

ตอบคำถามเกษตรกร

คำถาม : บิวเวอร์ เข้าทำลายเพลี้ยอ่อนทุกสายพันธุ์หรือไม่ ?
คำตอบ : บิวเวอร์ หรือ เชื้อราบิวเวอร์เรีย บัสเซียน่า สายพันธุ์ บีซีซี 2660 Beauveria bassiana strain BCC 2660 สามารถเข้าทำลายเพลี้ยอ่อนได้ทุกชนิด
เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงขนาดเล็กที่มีหลายหลายชนิด เช่น เพลี้ยอ่อนฝ้าย เพลี้ยอ่อนถั่ว เพลี้ยอ่อนใบรัก ฯลฯ โดยเพลี้ยอ่อนแต่ละชนิดก็จะมีพืชอาหารที่แตกต่างกันไป มีมากกว่า 5000 ชนิด ผักสลัดที่เป็น 1 ในพืชอาหารที่เพลี้ยอ่อนสามารถเข้าทำลายได้ โดยจะสามารถสร้างความเสียหายให้เกษตรกรตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงมากที่สุด ผลผลิตเสียหายไม่สามารถจำหน่ายได้
การเข้าทำลายพืช
เพลี้ยอ่อนเป็นแมลงจำพวกปากดูดขนาด1-2มม. สามารถทำลายพืชได้จากการดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ยอด และลำต้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ลำต้นชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหาย ลดลง ถ้าระบาดเป็นจำนวนมากจะทำให้พืชแครแกร็นเพลี้ยอ่อนจะขับ มูลหวานออกมา ที่เรียกว่า Honeydew ถ้าขับออกมาในปริมาณมากจะกระตุ้นให้เกิดราดำปกคลุมจะทำให้ใบพืชมีสีดำ คล้ำ และส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชนอกจากนี้เพลี้ยอ่อนยังสามารถเป็นพาหะไวรัสในพืชได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคใบด่างในพริก มะเขือเทศ โรคใบหงิกพืชตระกูลแตง

กลไกการทำงานของเชื้อราบิวเวอร์เรีย
เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสลำตัว หรือ ผนังลำตัวของแมลง โดยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือ มีความชื้นสัมพัทธ์ไม่น้อยกว่า 60 % อุณหภูมิ 20-27 องศาเซลเซียส สปอร์ของเชื้อราจะแทงเข้าสู่ลำตัวของแมลงไม่ว่าจะเป็นบริเวณผนังลำตัว ข้อต่อของแมลงเป็นบริเวณที่มีผนังบาง หรืออาจจะเป็นรูหายใจ
1. หลังจากที่สปอร์แทงเข้าไปภายในลำตัวแมลงแล้ว หลังจากนั้นจะเข้าสู่เนื้อเยื่อของแมลงและอาศัยน้ำย่อยต่างๆ ในลำตัวแมลงในการเจริญเติบโตและปล่อยเอนไซม์ที่เป็นพิษต่อแมลงที่จะทำให้แมลงตายได้ภายใน 5-7 วัน
2. เมื่อแมลงตายแล้วในสภาพแวดล้อมที่มีความเหมาะสม เชื้อราจะพัฒนาเส้นใยแล้วแทงออกมานอกตัวแมลงเพื่อทำการขยายพันธุ์ในธรรมชาติต่อไป


ลักษณะของแมลงที่โดนเชื้อราบิวเวอร์เข้าทำลาย
1. แมลงที่เชื้อราบิวเวอร์เรียเข้าทำลาย จะมีลักษณะเบื่ออาการ กินอาหารน้อยลง อ่อนแอ ไม่เคลื่อนไหว เป็นอัมพาต
2. ผนังลำตัวของแมลงอาจจะมีจุดสีดำปรากฎเพราะเป็นจุดที่โดนเชื้อราเข้าทำลาย
3. เมื่อแมลงตายจะมีเส้นใยหรือผงสีขาวปกคลุมตัว

การป้องกันและควบคุมกำจัด
1.กำจัดวัชพืชที่เป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยอ่อน จัดการแปลงไม่ให้แน่นจนเกินไป
2.ปล่อยแมลงศัตรูธรรมชาติเช่น ด้วงเต่าตัวห้ำ เกษตรกรสามารถปล่อยด้วงเต่าตัวห้ำเป็นตัวช่วยในการควบคุมปริมาณเพลี้ยอ่อน
3.ฉีดพ่นด้วย บิว-เวอร์ (เชื้อราบิวเวอร์เรีย บัสเซียน่า สายพันธุ์ บีซีซี 2660) อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมกับ สารจับใบ เบน-ดิกซ์ อัตรา 3-5 ซีซี ต่อน้ำ20 ลิตร ฉีดพ่นเมื่อพบการเข้าทำลายของเพลี้ยอ่อน ฉีดพ่นป้องกัน ทุก 5-7 วัน ตามการแพร่ระบาด ถ้าแพร่ระบาดในปริมาณมากให้ฉีดพ่น ทุกๆ 3 วัน
ในการฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชแนะนำไม่ให้ฉีดพ่นวันที่ลมแรงและฉีดพ่นขนาดแดดจัด ฉีดพ่นช่วงเย็นที่แดดร่ม ความชื้นในแปลงควรมี 60-70 % ขึ้นไป ควรฉีดพ่นทั้งหน้าใบและหลังใบ โดนตัวแมลงโดยตรง จะทำให้ชีวภัณฑ์สามารถเข้าควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : บุษราคัม ธีระกุลพิศุทธิ์

 

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก: กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ. (2561, 26 สิงหาคม). เพลี้ยอ่อน มด กับโรคใบหยิกในพริก

 

 

14 พฤศจิกายน 2568

ผู้ชม 295 ครั้ง

Engine by shopup.com